คำถาม ผมไม่ค่อยเข้าใจในเรื่องการเลื่อนระดับครับ คือผมเองเป็นทหารอากาศ บรรจุเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2542 โอนมาบรรจุในตำแหน่ง เจ้าหน้าที่ป้องกันฯ ระดับ 3 ของ อบต.แห่งหนึ่ง ในจังหวัด....... เมื่อ วันที่ 1 มิถุนายน 2550 ปัจจุบัน (9 กรกฎาคม 2552)เงินเดือน 11,070 บาท เคยหารือเรื่องการนับระยะเวลาเกื่อกูลเพื่อการเลื่อนระดับแล้ว ยังไม่ได้รับการตอบรับจึงอยากเรียนถาม อาจารย์ ชัยวัฒน์ ดังนี้ 1. จะขอเลื่อนเป็นระดับ 4 ได้เมื่อใดครับ (โอนมาบรรจุระดับ 3 เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2550) 2. รับราชการ ทหาร 8 ปี นับระยะเวลาเกื้อกูลได้กี่ปีครับ  
 
คำตอบการเลื่อนระดับ 4 ของสายงานที่เริ่มต้นจากระดับ 1 เป็นการเลื่อนนอกระดับควบที่เราเรียกว่าการเลื่อนไหล ซึ่งต้องมีคุณสมบัติ 3 ประการ คือ
1 . มีคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งตรงตามตำแหน่งเจ้าหน้าที่ป้องกันฯ 4 คุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งเจ้าหน้าที่ป้องกันฯ 4 (1) มีคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งเจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย 1 และได้ดำรง ตำแหน่งในระดับ 3 หรือที่ ก.อบต.เทียบเท่ามาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี โดยจะต้องปฏิบัติงาน เกี่ยวกับงานดับเพลิงหรืองานอื่นทีเกี่ยวข้องมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี หรือ (2) มีคุณสมบัติเฉพาะตำแหน่งเจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย 1 และได้ดำรงตำแหน่งไม่ ต่ำกว่าระดับ 2 หรือที่ ก.อบต.เทียบเท่ามาแล้วไม่น้อยกว่า 4 ปี โดยจะต้องปฏิบัติงานเกี่ยวกับ การดับเพลิงหรืองานอื่นที่เกี่ยวข้องมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี (คุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งเจ้าหน้าที่ป้องกันฯ 1 คือ ได้รับประกาศนียบัตรวิชาชีพ(ปวช.) หรือเทียบเท่าได้ไม่ต่ำกว่านี้ทางช่างเครื่องยนต์ ช่างไฟฟ้า ช่างโยธา ช่างก่อสร้าง ช่างกลโรงงาน ช่างเชื่อมและโลหะแผ่น หรือทางอื่นที่ ก.อบต.กำหนดว่าใช้เป็นคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งนี้ได้ ) 2. มีระยะเวลาเกื้อกูลตามตารางที่ ก.อบต.กำหนด วุฒิ ปวช.ของสายงานที่เริ่มต้นจากระดับ 1 จะเลื่อนขึ้นระดับ 4 ต้องมีระยะเวลาเกื้อกูล 6 ปี หมายความว่า ตั้งแต่เริ่มรับราชการมาสมัยเป็นทหารอากาศจนถึงปัจจุบันได้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการดับเพลิงหรืองานอื่นที่เกี่ยวข้องมาแล้วไม่น้อยกว่า 6 ปี ครบหรือไม่ การที่รับราชการทหารมา 8 ปี มิได้หมายความว่าจะนับ ระยะเวลาเกื้อกูลได้ครบทั้งหมด 8 ปี ถ้าตอนที่เป็นทหารอากาศปฏิบัติหน้าที่อื่นเช่น เกี่ยวกับการซ่อมไฟฟ้าหรือผลิตวัตถุระเบิดอย่างนี้ไม่สามารถนำระยะเวลามานับรวมเพื่อการเลื่อนระดับได้ แต่มีบางกรณี ตอนที่เป็นทหารปฏิบัติหน้าที่หลายอย่าง และบางอย่างเกี่ยวข้องกับการดับเพลิง อย่างนี้สามารถนำมานับรวมได้บางส่วน แต่จะนับได้มากน้อยเท่าใดขึ้นอยู่กับ ก.อบต.จังหวัดจะตีความ ถ้าระยะเวลาส่วนนี้ของคุณยังไม่ครบ 6 ปี ก็ต้องรอให้ครบ 6 ปีก่อน 3. มีอัตราเงินเดือนไม่น้อยกว่าตารางที่ ก.อบต.กำหนด สายงานที่เริ่มต้นจากระดับ 1 จะเลื่อนขึ้นระดับ 4 เงินเดือนปีงบประมาณที่ผ่านมาต้องไม่ต่ำกว่า 7,170 บาท (ขอย้ำว่าเงินเดือนของปีงบประมาณที่ผ่านมา) และเงินเดือนปัจจุบันต้องไม่ต่ำกว่า 7,560 บาท (ข้อนี้เงินเดือนคุณ น่าจะเกินกว่าที่กำหนดแล้ว) ที่ตอบมาเป็นหลักการของการเลื่อนไหลอย่างไรก็ตามอาจจะมีรายละเอียดปลีกย่อย แตกต่างกันไป ซึ่งต้องพิจารณาเป็นรายๆไป และควรหารือฝ่ายเลขานุการ ก.อบต. จังหวัด จะได้คำตอบที่ชัดเจนที่สุดสำหรับท่านอื่นที่สนใจจะสอบถาม สามารถส่งคำถามได้ที่ กระดานสนทนา ใน www.local.moi.go.th


คำถาม ทราบว่าขณะนี้สำนักงาน ก.ถ. กำลังดำเนินการศึกษาวิจัย เรื่อง การปรับปรุงระบบจำแนกตำแหน่งและค่าตอบแทนของข้าราชการส่วนท้องถิ่น (จากระบบซี เป็น ระบบแท่ง)ความคืบหน้าเป็นอย่างไร  
 
คำตอบ สำนักงาน ก.ถ. ได้ร่วมมือกับสถาบันที่ปรึกษาเพื่อพัฒนาประสิทธิภาพในราชการ (สปร.) ดำเนิน การศึกษาวิจัย เรื่อง การปรับปรุงระบบจำแนกตำแหน่งและค่าตอบแทนของข้าราชการส่วนท้องถิ่น โดยแบ่งเป็น 2 ระยะด้วยกัน ระยะแรก ในปีงบประมาณ 2551 เป็นการศึกษาวิจัยถึงสภาพปัญหาของระบบเดิม และความเป็นไปได้ในการนำระบบใหม่ของข้าราชการพลเรือนมาใช้กับข้าราชการส่วนท้องถิ่น ผลการศึกษา ปรากฏว่า ข้าราชการส่วนท้องถิ่นส่วนใหญ่เห็นด้วยที่จะให้นำระบบใหม่มาใช้ โดยประยุกต์ให้สอดคล้องกับสภาพของ อปท. สำหรับระยะที่สอง ในปีงบประมาณ 2552 สำนักงาน ก.ถ. กับ สปร. ได้ดำเนินการศึกษาต่อเนื่องในรายละเอียดของการนำระบบใหม่มาปรับใช้กับข้าราชการส่วนท้องถิ่น โดยได้เริ่มดำเนินการไปแล้วตั้งแต่วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2552 ที่ผ่านมา ทั้งนี้ จะใช้ระยะเวลาในการศึกษาวิจัยทั้งสิ้น 365 วัน คาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2553

คำถาม ไม่ทราบว่าในการศึกษาวิจัยในครั้งนี้ มีการศึกษาในเรื่องหรือประเด็นอะไรบ้างที่สำคัญ  
 
คำตอบ มีการศึกษาวิจัยในหลายประเด็นด้วยกัน และในแต่ละประเด็นหลักก็จะมีรายละเอียดปลีกย่อยลงไปอีก สำหรับประเด็นหลักที่สำคัญ มีอยู่ 4 ประเด็น คือ
1. ศึกษาและเปรียบเทียบระบบจำแนกตำแหน่งและค่าตอบแทนของข้าราชการส่วนท้องถิ่นที่ใช้ในปัจจุบัน กับระบบจำแนกตำแหน่งและค่าตอบแทนของข้าราชการประเภทอื่น รวมทั้งระบบของเอกชนในประเทศไทย ตลอดจนระบบที่ใช้อยู่ในสากล
2. ศึกษาและวางระบบจำแนกตำแหน่งและค่าตอบแทนที่พึงปรารถนา และเหมาะสมกับข้าราชการ ส่วนท้องถิ่น
3. ศึกษาและวางระบบการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น ให้สอดคล้องกับหลักการบริหารงานบุคคลแนวใหม่ โดยยึดหลักคุณธรรม (Merit) หลักสมรรถนะ (Competency) หลักผลงาน (Performance) หลักการกระจายอำนาจ (Decentralization) และหลักความสมดุลระหว่างคุณภาพชีวิตและการทำงาน (Work life balance)
4. ศึกษา เสนอแนวทางและมาตรการเตรียมความพร้อมของเจ้าหน้าที่ของสำนักงาน ก.ถ. และ ผู้ที่เกี่ยวข้อง ให้มีความรู้ความสามารถในการวิเคราะห์และพัฒนาเครื่องมือกลไก ในการบริหารงานบุคคล ส่วนท้องถิ่นตามระบบใหม่


คำถาม  ข้าราชการส่วนท้องถิ่นจะต้องเปลี่ยนมาใช้ระบบใหม่หรือไม่ และเมื่อไหร
 
คำตอบเมื่อได้ผลการศึกษาวิจัยที่เสร็จสมบูรณ์แล้ว สำนักงาน ก.ถ. จะต้องนำผลการศึกษาดังกล่าว เสนอต่อ ก.ถ. เพื่อพิจารณากำหนดนโยบายการพัฒนาระบบจำแนกตำแหน่งและค่าตอบแทนของข้าราชการส่วนท้องถิ่น รวมทั้งเป็นแนวทางประกอบในการแก้ไขกฎหมาย มาตรฐานกลาง และระเบียบต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ คาดว่า ก.ถ. จะนำรูปแบบของระบบจำแนกตำแหน่งและค่าตอบแทนที่ได้จากการศึกษาวิจัยมาใช้ในการกำหนดระบบจำแนกตำแหน่งและค่าตอบแทนใหม่ของข้าราชการส่วนท้องถิ่น เนื่องจาก ก.ถ. และกระทรวงมหาดไทยได้มีการแต่งตั้งคณะทำงานเข้าร่วมในการศึกษาวิจัยตลอดทั้งโครงการ เพื่อให้ได้ผลการศึกษาวิจัยที่สามารถนำมาใช้ให้บังเกิดผลในทางปฏิบัติมากที่สุด
ดังนั้น แนวโน้มที่ข้าราชการส่วนท้องถิ่นจะต้องเปลี่ยนมาใช้ระบบจำแนกตำแหน่ง และค่าตอบแทนใหม่ที่ได้จากการศึกษาวิจัยจึงมีค่อนข้างสูง และเมื่อพิจารณาจากระยะเวลาในการดำเนินการศึกษาวิจัย ซึ่งจะเสร็จสมบูรณ์ในเวลาใกล้เคียงกับการประกาศใช้ พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการส่วนท้องถิ่นฉบับใหม่ที่รัฐธรรมนูญ ปี 2550 กำหนดให้จะต้องดำเนินการจัดทำหรือปรับปรุงให้แล้วเสร็จ ภายในวันที่ 17 ก.พ. 2553 ประกอบกับขั้นตอนในการดำเนินการปรับปรุงแก้ไขมาตรฐานกลาง และระเบียบต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องแล้ว ความเป็นไปได้ในการนำระบบใหม่มาใช้อย่างเร็วน่าจะประมาณต้นปีงบประมาณ พ.ศ. 2554 หรืออย่างช้าภายในปีงบประมาณ พ.ศ. 2555


คำถาม ระบบใหม่นี้คิดว่าน่าจะดีกว่าระบบเก่า ไม่ทราบว่าจะดีกว่าระบบเก่าในเรื่องอะไรบ้าง  
 
คำตอบ จากการศึกษาสภาพปัญหาของระบบในปัจจุบันที่ใช้ตามระบบข้าราชการพลเรือนเดิมพบว่า มีปัญหาหลายประการ เช่น ความแตกต่างของค่างานไม่ชัดเจน ตำแหน่งและระดับไม่สอดคล้องกับค่าของงาน มีสายงานมากไม่คล่องตัว เน้นคุณวุฒิและอาวุโสมากกว่าสมรรถนะและผลงาน ค่าตอบแทนไม่ยืดหยุ่น และต่ำกว่าตลาดแรงงานทำให้ไม่สามารถจูงใจคนดี คนเก่งเข้าสู่ระบบได้ ดังนั้น ระบบใหม่ที่เป็นผลของการศึกษาวิจัยจะต้องสามารถแก้ไขปัญหาในเรื่องเหล่านี้ โดยคาดว่าจะมีการปรับเปลี่ยนระบบบริหารงานบุคคลให้สอดคล้องและเหมาะสมกับบทบาทภารกิจ อปท. มากยิ่งขึ้น ทั้งในเรื่องของการกำหนดตำแหน่งและการกำหนดเงินเดือนและค่าตอบแทนอื่น ซึ่งน่าจะมีการจัดกลุ่มประเภทตำแหน่งตามลักษณะงาน แยกอิสระจากกันรวมทั้งมีบัญชีเงินเดือนพื้นฐานแยกแต่ละกลุ่ม และเป็นแบบช่วง จะทำให้การย้าย การโอน เป็นไปอย่างสะดวกมากยังนั้นไม่ถูกจำกัดโดยซีและสามารถ เพิ่มความคล่องตัวในการปรับอัตราค่าตอบแทนให้สอดคล้องกับค่างานและอัตราตลาด ตลอดจนเพิ่มความยืดหยุ่นในการให้ค่าตอบแทนตามผลงาน นอกจากนั้นยังมีการวางระบบความก้าวหน้าในเส้นทางสายอาชีพ และกำหนดหลักเกณฑ์และแนวทางการบริหารผลงาน ซึ่งจะทำให้สามารถเลื่อนระดับ เลื่อนตำแหน่งและเปลี่ยนสายงานได้สะดวก และทำให้ระบบการบริหารงานบุคคลเป็นไปตามหลักคุณธรรมมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังจะมีการนำแนวคิดตามหลักการบริหารงานบุคคลแนวใหม่มาใช้ ซึ่งทำให้ได้คนดีมีคุณภาพในงานที่เหมาะสมกับความรู้ ทักษะ สมรรถนะที่ต้องการและได้รับค่าตอบแทนที่เป็นธรรม สามารถขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ของ อปท. ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และทำให้ระบบเป็นไปตามมาตรฐานเดียวกันกับข้าราชการประเภทอื่น เพื่อสะดวกต่อการโอนย้าย ถ่ายโอนในอนาคต